1.3 แบบจำลองโมเดล 5 ด้าน

สถานะทางสวัสดิภาพของสัตว์สามารถประเมินตามหลักแบบจำลองโมเดล 5 ด้าน “The Five Domain Model” ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้กับสัตว์น้ำที่เลี้ยงในฟาร์มด้วยเช่นกัน เมื่อพิจารณาในมุมมองที่สัตว์ต้องทุกข์ทนทรมานหรือถูกลดทอนสวัสดิภาพ แนวทางเหล่านี้จะช่วยระบุสาเหตุของการเกิดปัญหาด้านสวัสดิภาพของสัตว์ได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น  ในหัวข้อนี้จะศึกษาแบบจำลองทั้ง 5 ด้าน และอธิบายถึงวิธีการที่แต่ละด้านมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เพื่อสร้างความเข้าใจให้ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่จำเป็นในเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์

แบบจำลองโมเดล 5 ด้านประกอบด้วย ด้านโภชนาการ (nutrition) ด้านสภาพสิ่งแวดล้อม (environment) ด้านสุขภาพ (health) ด้านพฤติกรรม (behaviour) และด้านสภาวะจิตใจ (mental state) โดยที่สี่ด้านแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางกายภาพ/การทำงานของร่างกาย (functional) ส่วนด้านสุดท้ายนี้ (ด้านสภาวะจิตใจ) มีจุดประสงค์เพื่อสะท้อนถึงประสบการณ์ในภาพรวมของสัตว์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือสถานะทางสวัสดิภาพของสัตว์นั่นเอง ด้วยแนวทางนี้ แบบจำลองโมเดล 5 ด้าน จึงได้รวมแนวความคิด "การทำงานของร่างกาย (Biological Functioning) " และ "สภาวะทางอารมณ์ความรู้สึก (Affective State)" ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้เข้าด้วยกันเพื่อเป็นองค์ประกอบในการวัดและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ภาพที่ 1.2: แบบจำลองโมเดล 5 ด้านของสวัสดิภาพสัตว์ (แหล่งภาพ: คณะผู้เขียน) Diagram of the five domains showing boxes with arrows from the first four; Nutrition, Physical environment, Health and Behavioural interactions pointing towards the fifth box, Mental or Affective state. The arrow from that box then points towards the text "Welfare Status"

1) ด้านโภชนาการ (nutrition) ในกระบวนการเลี้ยงสัตว์น้ำ ควรเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อหรือถังเลี้ยงที่มีปริมาณของน้ำมากพียงพอ รวมถึงควรมีอาหารธรรมชาติ (เช่น แพลงก์ตอน) ที่มีคุณภาพสูงอยู่ภายในบ่อหรือถังเลี้ยงด้วย   อย่างไรก็ตาม ในกรณีการเลี้ยงในระบบเลี้ยงแบบน้ำใส เช่น ระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด (Recirculating aquaculture systems, RAS) คุณภาพของแพลงก์ตอนในน้ำอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องมีการตรวจสอบให้มั่นใจว่าสัตว์ทุกตัวได้กินอาหารที่มีคุณภาพสูงและในปริมาณเพียงพอ (ทั้งอาหารธรรมชาติและ/หรืออาหารสำเร็จรูป) โดยที่อาหารสำเร็จรูปนั้นจะต้องมีโภชนาการที่สมดุลและมีวัตถุดิบหลายชนิด/มีขนาดรูปแบบที่หลากหลายตามความต้องการเฉพาะของสัตว์น้ำแต่ละชนิด

2) ด้านสภาพสิ่งแวดล้อม (environment) สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก คือ การรักษาคุณสมบัติของคุณภาพน้ำ (เช่น อุณหภูมิ ออกซิเจนที่ละลายน้ำ แอมโมเนีย ไนไตรต์ ไนเตรต ความเป็นกรดเป็นด่าง ความเป็นด่างของน้ำ ความกระด้างของน้ำ และ ไอออนต่างๆ) ที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำ โดยต้องมีการตรวจติดตามเฝ้าระวัง และควบคุมอย่างสม่ำเสมอให้มีค่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมตามความต้องการเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด สัตว์บางกลุ่มจำเป็นต้องมีวัสดุหลบซ่อน เพื่อช่วยส่งเสริมให้สัตว์มีประสบการณ์ที่ดี (เชิงบวก) และมีสวัสดิภาพที่ดี ซึ่งประเภท คุณภาพ และปริมาณของวัสดุหลบซ่อนที่ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์ที่เลี้ยงด้วย นอกจากนี้ พื้นที่เลี้ยงภายในบ่อ/ถังเลี้ยงก็มีความสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสัตว์ที่เลี้ยงมีพื้นที่มากเพียงพอสำหรับการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและยังสามารถแสดงพฤติกรรมในการอยู่ร่วมกันทางสังคมได้ การคำนึงถึงทั้งขนาดของพื้นที่เลี้ยงควบคู่ไปกับคุณภาพน้ำ (โดยเฉพาะปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ) จะเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดความสามารถในการรองรับสัตว์น้ำ (Carrying Capacity) ของบ่อหรือถังเลี้ยง ซึ่งถ้าหากเลี้ยงสัตว์น้ำในปริมาณหนาแน่นเกินขีดความสามารถนี้ ก็จะส่งผลเสีย (ผลกระทบเชิงลบ) ต่อสวัสดิภาพของสัตว์ได้ นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ที่เกี่ยวกับปัจจัยด้านสภาพสิ่งแวดล้อมอีก เช่น คุณภาพและความเข้มของแสงที่ใช้ในระบบการเลี้ยงแบบปิด การรบกวนจากระดับความดังของเสียง (เช่น ควรเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์กุ้งในบริเวณที่มีระดับเสียงรบกวนน้อยที่สุด) และการหลีกเลี่ยงการเลี้ยงที่มีความผันผวนของสภาพสิ่งแวดล้อมสูงเกินไป (นั่นคือ ต้องควบคุมระดับคุณภาพน้ำให้อยู่ในช่วงที่แกว่งตัวแคบที่สุด)

3) ด้านสุขภาพ (health) เป็นการประเมินเกี่ยวกับการเกิดโรคและการบาดเจ็บ (เช่น แบบเฉียบพลันหรือยาวนานเรื้อรัง) การทำร้าย/การตัดอวัยวะสัตว์ที่เลี้ยง (เช่น การตัดก้านตาในแม่พันธุ์กุ้ง) ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย (เนื่องมาจากปัญหาความผิดปกติของอวัยวะ ตัวอย่างเช่น ตับกุ้ง หรือเหงือกปลา) การมีสารพิษและสิ่งปนเปื้อนในน้ำ ตลอดจนการมีลักษณะปรากฎทางกายภาพและการมีพฤติกรรมว่ายน้ำที่ผิดปกติ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องนำแนวปฏิบัติมาใช้ในการเฝ้าระวังโรค การป้องกันหรือลดการเกิดโรค ลดการบาดเจ็บ ลดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะ ลดการเกิดพิษในน้ำ  และลดการเสื่อมถอยความสมบูรณ์แข็งแรงของสัตว์น้ำ

4) ด้านพฤติกรรม (behaviour) สัตว์น้ำที่เลี้ยงในบ่อหรือถังเลี้ยงสามารถแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติต่างๆได้อย่างครบถ้วน เช่น การเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ การสำรวจสภาพแวดล้อม การออกหาอาหารกิน/การล่าเหยื่อเป็นอาหาร การสร้างสัมพันธ์/ผูกสัมพันธ์ในกลุ่ม การเลี้ยงดูแลลูก การเล่น การแสดงออกทางเพศ (การสืบพันธุ์) การใช้ประโยชน์จากที่หลบภัย การล่าถอยหรือการโจมตีต่อสู้ป้องกันตัว ตลอดจนการได้นอนหลับและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

5) ด้านสภาวะจิตใจ (mental state) ด้านนี้เทียบเท่ากับสถานะทางสวัสดิภาพของสัตว์น้ำในบ่อหรือถังเลี้ยง ซึ่งด้านสภาวะจิตใจนี้ครอบคลุมทุกองค์ประกอบจาก 4 ด้านแรกด้วย (โภชนาการ สภาพแวดล้อม สุขภาพ และพฤติกรรม)

หากต้องการฟังคำอธิบายแบบจำลองโมเดล 5 ด้านเพิ่มเติมในเชิงลึก โปรดดูวิดีโอต่อไปนี้

หมายเหตุ วิดีโอจากแหล่งภายนอกนี้นำมาใช้เพื่อประกอบการนำเสนอเท่านั้น ลิขสิทธิ์และการควบคุมดูแลทั้งหมดเป็นขององค์กรผู้ผลิตวิดีโอต้นฉบับโดยสิ้นเชิง

 

Last modified: Tuesday, 15 September 2026, 2:09 PM