2.3 การจัดการประชากรสัตว์น้ำและแนวปฏิบัติการให้อาหาร

เทคโนโลยีหลัก 2 ด้านที่ผลักดันการขยายตัวอย่างมากของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลก ได้แก่ ประการแรกคือ การทำให้วงจรการผลิตสมบูรณ์ครบวงจร ซึ่งวิธีนี้จะประสบความสำเร็จได้ด้วยการบริหารจัดการและการจัดการพ่อแม่พันธุ์ในการผสมพันธุ์วางไข่ การรวบรวมและการฟักไข่ รวมไปถึงการอนุบาลและการฝึกการกินอาหารของลูกพันธุ์สัตว์น้ำ โดยสัตว์น้ำในแต่ละช่วงวัยเหล่านี้ต่างมีความต้องการด้านสวัสดิภาพที่ต้องพิจารณาแยกจากกัน นอกจากนี้ การมีโรงเพาะฟักและอนุบาลสัตว์น้ำ (Hatcheries) ยังช่วยให้สามารถดำเนินการปรับปรุงพันธุ์แบบคัดเลือกพันธุ์ได้  ซึ่งส่งผลให้ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์น้ำที่เลี้ยงเปลี่ยนแปลงไป ประการที่สองคือ เทคโนโลยีด้านโภชนาการ โดยเฉพาะย่างยิ่งการพัฒนาสูตรอาหารสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับสัตว์น้ำแต่ละชนิด ซึ่งแม้เทคโนโลยีนี้อาจจะช่วยแก้ปัญหาสวัสดิภาพของสัตว์น้ำได้บางประการ แต่ก็สามารถก่อให้เกิดประเด็นปัญหาท้าทายใหม่ๆ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

การปรับปรุงพันธุ์และพันธุศาสตร์

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการผสมพันธุ์ (การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การควบคุมปัจจัยสิ่งแวดล้อมระหว่างการฟักไข่ การให้อาหารลูกสัตว์น้ำวัยอ่อน และการจับสัตว์น้ำในกระบวนการผสมพันธุ์) ตลอดจนผลลัพธ์ทางพันธุกรรมที่เกิดขึ้นตามมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพของปลา การปรับปรุงพันธุ์แบบคัดเลือกสายพันธุ์สามารถส่งผลได้ทั้งทางบวกและทางลบ การปรับปรุงพันธุ์ที่ส่งผลดีในทางบวก (เช่น ลูกปลามีความก้าวร้าว/ความดุร้ายลดลง หรือมีความต้านทานโรคสูงขึ้น) และการปรับปรุงพันธุ์ที่ส่งผลเสียในทางลบ (เช่น ลูกปลามีกระดูกสันหลังบิดเบี้ยวผิดรูปหรือขากรรไกรผิดรูป ซึ่งส่งผลกระทบต่อการกินอาหาร การเคลื่อนไหว หรือการหายใจ) นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่สัตว์กำลังเผชิญความเครียดอย่างหนัก ถ้าหากมีการใช้ยาสลบที่ไม่เหมาะสมและมีการจัดการพ่อแม่พันธุ์อย่างไม่ถูกต้อง ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ร้ายแรงต่อสวัสดิภาพ (และการรอดชีวิต) ของสัตว์ด้วย ตัวอย่างของแนวปฏิบัติการเพาะพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อสวัสดิภาพสัตว์ ได้แก่ การตัดก้านตาในกุ้ง (Eyestalk ablation) ซึ่งเป็นวิธีการเหนี่ยวนำการเจริญพันธุ์และการวางไข่ ซึ่งวิธีนี้สร้างผลกระทบเชิงลบต่อกุ้ง เช่น ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความเครียด ร่างกายเสียความสมบูรณ์ทางสรีรวิทยา เกิดภาวะการเหนื่อยล้าทางระบบสืบพันธุ์ (Reproductive exhaustion) ไปจนถึงการกระตุ้นหรือลดการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้อัตราการตายของพ่อแม่กุ้งพันธุ์สูงขึ้นและลดคุณภาพของลูกกุ้ง (เช่น มีความต้านทานต่อความเครียดที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและโรคระบาดลดลง) ดังนั้น การนำเทคโนโลยีทางเลือกมาใช้เพื่อปรับปรุงสวัสดิภาพของกุ้งเลี้ยงในฟาร์มจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งแนวทางเทคโนโลยีทางเลือกเหล่านี้อาจรวมถึงการผสมผสานแนวทางปฏิบัติหลายๆวิธี เช่น การปรับปรุงแนวปฏิบัติหลักในโรงเพาะฟักและเพาะพันธุ์สัตว์ (เช่น การปรับสัดส่วนเพศผู้และเพศเมีย การใช้อาหารพ่อแม่พันธุ์คุณภาพสูง การปรับปรุงพันธุ์แบบคัดเลือก) การจัดหาสายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่เหมาะสม การฝึกอบรมพนักงาน รวมถึงการพัฒนาสวัสดิภาพในด้านอื่นๆ  ในวิดีโอต่อไปนี้ ดร. ซิเมา ซาคาเรียส (Dr. Simao Zacarias) จะอธิบายถึงงานวิจัยและสิ่งที่ได้ค้นพบในประเด็นนี้

หมายเหตุ: วิดีโอจากแหล่งภายนอกนี้นำมาใช้เพื่อประกอบการนำเสนอเท่านั้น ลิขสิทธิ์และการควบคุมดูแลทั้งหมดเป็นขององค์กรผู้ผลิตวิดีโอต้นฉบับโดยสิ้นเชิง

 

สำหรับคำอธิบายเพิ่มเติม กรุณารับชมจากวิดีโอต่อไปนี้

หมายเหตุ: ลิงก์วิดีโอนี้แนบไว้เพื่อยกตัวอย่างเท่านั้น ลิขสิทธิ์และการดูแลทั้งหมดเป็นของผู้ผลิตวิดีโอต้นฉบับโดยสิ้นเชิง

 

แนวทางปฏิบัติด้านการให้อาหารและโภชนาการ

การได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอถือเป็นความจำเป็นพื้นฐานต่อการเจริญเติบโต การทำงานของระบบร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมของสัตว์น้ำ นอกเหนือจากเรื่องวิธีการให้อาหารที่ถูกต้องแล้ว การให้อาหารที่ไม่เพียงพอหรือคุณภาพต่ำจะส่งผลให้สัตว์น้ำเกิดความเครียดและอ่อนแอ มีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมลดลง อีกทั้งยังอาจเพิ่มการต่อสู้แย่งชิงอาหารกันเองภายในชนิดสายพันธุ์เดียวกันมากขึ้น  ซึ่งทำให้สัตว์บางตัวที่พ่ายแพ้ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ นอกจากนี้ สัตว์น้ำหลากหลายชนิดยังแสดงพฤติกรรมเฝ้ารออาหารโปรดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมิติทางอารมณ์และจิตใจ ทั้งความรู้สึก 'อยากได้' และ 'พึงพอใจ' ดังนั้น หัวใจสำคัญของการตอบสนองความต้องการด้านสวัสดิภาพสัตว์ จึงครอบคลุมถึงการจัดสรรปริมาณและสัดส่วนอาหารให้เหมาะสมกับชนิดสายพันธุ์และแต่ละช่วงวัยด้วย ในทางกลับกัน สัตว์น้ำส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลือดเย็น (Ectotherms) การอดอาหารในระยะเวลาสั้นๆ จึงอาจส่งผลเสียต่อร่างกายไม่มากนักเมื่อเทียบกับสัตว์เลือดอุ่น (Endotherms) นอกจากนี้ ระบบบำบัดน้ำเลี้ยงในฟาร์มจะต้องสอดคล้องกับปริมาณของการให้อาหาร เช่น การให้อาหารเสริมสมทบกับการให้กินอาหารธรรมชาติในบ่อที่ไม่ใช้ปุ๋ยจะต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่า ในขณะที่การเลี้ยงแบบระบบปิดที่มีความหนาแน่นในการเลี้ยงสูงประกอบกับการให้อาหารเต็มที่ จะต้องทำความสะอาด บำบัดน้ำอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำใหม่ที่มีคุณภาพน้ำดี

Last modified: Tuesday, 15 September 2026, 2:33 PM