3.3 ตัวชี้วัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ไม่คุกคามร่างกายสัตว์ วัดได้จากระยะไกล หรือระบบอัตโนมัติ

ตัวชี้วัดสวัสดิภาพสัตว์ (WIs) ไม่เพียงแต่มีความแตกต่างกันในด้านความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและปริมาณแรงงานที่ต้องใช้เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของสัตว์ในระดับที่แตกต่างกันอีกด้วย ตัวชี้วัดบางตัวชี้วัด เช่น การเก็บตัวอย่างทางสรีรวิทยา หรือการจับบังคับสัตว์ขึ้นมาพ้นน้ำ อาจเป็นการรบกวนและทำให้เกิดความบอบช้ำแก่ตัวสัตว์ ในขณะที่ยังมีตัวชี้วัดอื่นๆที่สามารถนำมาประเมินกับสัตว์ได้โดยก่อให้เกิดการรบกวนต่อตัวสัตว์น้อยที่สุด ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือบุคลากรดำเนินงาน ซึ่งตัวชี้วัดที่ประเมินจากตัวสัตว์โดยตรง (Direct animal-based WIs) มักต้องใช้พนักงานฟาร์มหลายคน ในทางกลับกัน เทคโนโลยีการตรวจวัดระยะไกลและระบบอัตโนมัติสามารถขจัดความจำเป็นในการใช้พนักงานปฏิบัติงานในสถานที่จริงลงได้ เนื้อหาในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงตัวชี้วัดชนิดที่ไม่รบกวนตัวสัตว์ ซึ่งบางประเภทสามารถดำเนินการได้จากระยะไกลและสามารถทำงานด้วยระบบอัตโนมัติอีกด้วย

ถึงแม้ว่าการประเมินสวัสดิภาพของสัตว์ที่กระทำในฟาร์มจะช่วยให้เข้าใจและปรับปรุงสวัสดิภาพของสัตว์เหล่านั้น แต่การใช้ตัวชี้วัดสวัสดิภาพ (WIs) บางตัวชี้วัดก็ส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ตัวชี้วัดบางประการ เช่น ตัวชี้วัดที่ต้องเจาะเก็บตัวอย่างทางสรีรวิทยาหรือต้องจับตัวสัตว์ขึ้นมาเหนือน้ำ วิธีการเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดความบอบช้ำ การรบกวน และก่อความเครียดแก่สัตว์ที่อยู่ระหว่างการประเมินอย่างมาก ในทางตรงกันข้าม ตัวชี้วัดบางประการก็มีข้อดีคือ ก่อให้เกิดการรบกวนต่อสัตว์เล็กน้อยไปจนถึงไม่รบกวนต่อสัตว์เลย โดยที่ตัวชี้วัดบางประการสามารถดำเนินการประเมินได้โดยที่สัตว์ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกประเมินอยู่ อีกหนึ่งข้อควรพิจารณาที่เชื่อมโยงอย่างมากกับความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของตัวชี้วัดสวัสดิภาพสัตว์ (WIs) คือเรื่องประเภทของบุคลากรใดบ้างที่จำเป็นต้องใช้ในการประเมินในสถานที่จริง  ตัวชี้วัดสวัสดิภาพที่ประเมินจากตัวสัตว์โดยตรง (Direct, animal-based WIs) มักต้องใช้วิธีการเก็บตัวอย่างที่ต้องพึ่งพาพนักงานฟาร์มหลายคนในขั้นตอนต่างๆ ทั้งการลากอวน/ตาข่าย การต้อนให้อยู่รวมกันอย่างแออัด การจับบังคับ ตลอดจนขั้นตอนการเก็บตัวอย่างและการให้คะแนน อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดที่ประเมินจากตัวสัตว์บางตัวชี้วัดไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานเลย เนื่องจากสามารถบันทึกข้อมูลได้จากระยะไกล (เช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดระยะไกลหรือการใช้กล้องถ่ายทอดสัญญาณภาพสด ณ เวลานั้นๆ (real time) หรือแม้แต่กระบวนการจัดเก็บข้อมูลเองก็สามารถทำผ่านระบบอัตโนมัติได้ (เช่น การใช้อัลกอริทึม (ชุดคำสั่งประมวลผล) ระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์ร่วมกับกล้องตรวจจับการกินอาหาร)

 

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างตัวชี้วัดสวัสดิภาพสัตว์ (WIs) ที่ก่อการรบกวน (Intrusive) กับที่คุกคามร่างกายสัตว์/ก่อความบาดเจ็บ/บอบช้ำ (Invasive)

ตัวชี้วัดสวัสดิภาพที่ก่อการรบกวนสัตว์ หมายถึง ตัวชี้วัดที่สามารถก่อให้เกิดความเครียดหรือความไม่สบายตัวแก่สัตว์ แต่ไม่จำเป็นต้องมีการกระทำใดที่ต้องกระทำต่อร่างกายสัตว์ทางกายภาพที่รุนแรง (เช่น การชั่งวัดน้ำหนักตัวเพื่อดูการเจริญเติบโต หรือการประเมินสมบูรณ์ของร่างกาย)

ตัวชี้วัดสวัสดิภาพที่คุกคามร่างกายสัตว์/ก่อความบาดเจ็บ/บอบช้ำ หมายถึง ตัวชี้วัดที่จำเป็นต้องมีการกระทำต่อร่างกายสัตว์ทางกายภาพ โดยเฉพาะการทิ่ม แทง เจาะผิวหนังและ/หรือร่างกายของสัตว์ (เช่น การเก็บตัวอย่างเลือด การตัดเนื้อเยื่อ/เหงือกไปตรวจ หรือการฝังแท็ก/เครื่องติดตาม)

ปัจจัยด้านการผลิต

ถึงแม้ว่าปัจจัยการผลิตหลายๆอย่างยังคงต้องใช้วิธีการสุ่มเก็บข้อมูลอยู่บ้างก็ตาม ปัจจัยด้านการผลิตส่วนใหญ่อย่างน้อยๆก็มักจะทำหน้าที่เป็นตัวชี้วัดสวัสดิภาพภาคปฏิบัติที่ไม่รุกล้ำร่างกายสัตว์/รบกวนสัตว์ ด้วยเหตุผลจากข้อเท็จจริงที่ว่า ค่าปัจจัยการผลิตเหล่านี้สามารถสะท้อนถึงสุขภาพทางกายภาพ/สรีรวิทยาของสัตว์ในปัจจุบันได้ โดยไม่ต้องมีการปฏิบัติแทรกแซงทางกายภาพสัตว์

อัตราการตาย เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสวัสดิภาพภาคปฏิบัติด้านสุขภาพที่นิยมใช้กันมากที่สุด ซึ่งอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดว่าสวัสดิภาพของสัตว์น้ำได้ถูกลดทอนหรือได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดนี้ยังจัดเป็นตัวชี้วัดแบบย้อนหลัง (Retrospective) ที่บอกถึงปัญหาที่ผ่านมาอีกด้วย

ข้อควรพิจารณาในการสุ่มตัวอย่าง อัตราการตายเป็นตัวชี้วัดที่เรียบง่ายและเป็นส่วนหนึ่งของการบันทึกกิจวัตรประจำวันในฟาร์มเกือบทุกแห่ง การที่อัตราการตายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและกะทันหันสามารถนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดสวัสดิภาพภาคปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดนี้จัดเป็นตัวชี้วัดสวัสดิภาพอย่างหยาบที่สุดเนื่องจากสามารถวัดได้เฉพาะในระดับประชากรเท่านั้น และเมื่อสัตว์ตายไปแล้วก็สายเกินไปที่จะแก้ไขหรือทำการรักษาสัตว์ตัวนั้น

อัตราการเจริญเติบโต มีความเชื่อมโยงกันอย่างแท้จริงกับสุขภาพและความต้องการทางโภชนาการของสัตว์  อัตราการเจริญเติบโตของสัตว์จะแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละช่วงวัย/ชนิดสายพันธุ์ และอาจเกิดจากผลกระทบของปัจจัยอื่นๆที่หลากหลาย สิ่งที่สำคัญคือในสัตว์บางชนิดสายพันธุ์ การเจริญเติบโต (ช้า) อาจเกิดจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพสัตว์เลย เนื่องจากความไม่แม่นยำนี้ ถ้าหากว่าสัตว์มีอัตราการเจริญเติบโตที่ต่ำหรือลดลงจึงต้องเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติการ (OWIs) ตัวอื่นๆที่มีคะแนนไม่ดีด้วย (เช่น ตัวชี้วัดที่แสดงถึงความเครียดเรื้อรังหรือการเกิดโรค) เพื่อที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่าการเจริญเติบโตที่ช้านี้มีความเกี่ยวโยงกับปัญหาสวัสดิภาพสัตว์  

พฤติกรรมในฐานะตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติการ

มีชุดพฤติกรรมทั้งหมดที่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติการ (OWIs) ได้ (สามารถดูรายละเอียดได้ด้านล่างนี้) ไม่ว่าจะเป็นการประเมินเป็นรายตัวหรือเป็นแบบกลุ่ม/ฝูง ความสำคัญของพฤติกรรมสัตว์น้ำในฐานะตัวชี้วัดสวัสดิภาพจะขึ้นอยู่กับบริบท ขอบเขตพฤติกรรมเฉพาะทางธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดสายพันธุ์ และความสามารถของสัตว์แต่ละตัวในการปรับตัว ณ ช่วงเวลานั้นๆ (ดูเรื่อง กลไกทางชีววิทยาที่ปกป้องร่างกายจากความเครียด ช่วยรักษาความสมดุลภายใน (Allostasis) ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 1) ทั้งนี้ หากใช้พฤติกรรมเพื่อประเมินความสามารถของสัตว์ในการรับมือกับสภาพแวดล้อม โดนเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์เพื่อการตอบสนองต่อสิ่งเร้า/กระตุ้นบางอย่างหรือต่อการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาเมื่อเวลาผ่านไป เป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (insights) เกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ได้มาจากตัวชี้วัดสวัสดิภาพด้านพฤติกรรม ใช้เป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าได้ (early warning signs) สามารถบันทึก/เก็บข้อมูลได้จากระยะไกล และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบอัตโนมัติได้

การตอบสนองต่อการกินอาหาร (รวมถึงความอยากอาหาร/ ปริมาณการกินอาหาร): แม้ว่าโภชนาการและการเข้าถึงอาหารจะเป็นความจำเป็นสำหรับสัตว์ทุกชนิด แต่การที่สัตว์จะเลือกกินอาหารหรือไม่ (และกินในปริมาณมากน้อยเพียงใด) ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางพฤติกรรมและสรีรวิทยาที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเรียกว่า ความอยากอาหาร (appetite) ความรู้สึกอยากอาหารเองเกิดขึ้นจากปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งพลังงานสำรองในร่างกาย ความจุของกระเพาะอาหาร และการปรับตัวตามฤดูกาล (ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันอย่างมากในสัตว์บางสายพันธุ์) ควบคู่ไปกับแรงจูงใจในการกินอาหารของตัวสัตว์เอง นอกจากนี้ การแข่งขันกันเองภายในชนิดสายพันธุ์เดียวกัน (Intraspecific competition) การเกิดความเครียด (เช่น การมีอยู่/การปรากฏตัวของผู้ล่าในบริเวณนั้น หรือการถูกรบกวนจากกระบวนการจัดการฟาร์มเป็นประจำ) การเกิดโรค สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถยับยั้งการตอบสนองต่อการกินอาหารของสัตว์ได้เช่นกัน

ลักษณะการว่ายน้ำ (การพุ่งตัวอย่างกะทันหัน ความซึม/ เฉื่อยชา การว่ายรวมฝูง/ การประสานงานในการว่ายน้ำ ฯลฯ) ในสัตว์น้ำชนิดที่โดยปกติแล้วจะว่ายน้ำอยู่รวมกันเป็นฝูง ถ้าหากสูญเสียการประสานงานในการว่ายรวมฝูงดังกล่าวแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สัตว์น้ำแยกตัวออกจากฝูงมาอยู่เพียงลำพัง) สามารถเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงภาวะความเครียดหรือการเจ็บป่วยได้

อัตราการขยับเปิดปิดแผ่นปิดเหงือก อัตราการขยับเปิดปิดแผ่นปิดเหงือกจะเร็วขึ้นเมื่อร่างกายมีความต้องการออกซิเจนมากขึ้น (ซึ่งเป็นไปได้ว่าเกิดจากระดับออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำบริเวณรอบตัวลดลง หรือเกิดจากอัตราการเผาผลาญในกระบวนการเมตาบอลิซึมสูงขึ้นเนื่องจากสัตว์น้ำมีระดับความเครียดเพิ่มมากขึ้น) ทั้งนี้ อัตราการขยับเปิดปิดแผ่นปิดเหงือกที่เร็วขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นดัชนีชี้วัดความเครียดแบบเฉียบพลันหรือสวัสดิภาพที่แย่เสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพบร่วมกับค่าคุณภาพน้ำที่แย่ หรือพบร่วมกับตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติอื่นๆ ที่ได้คะแนนไม่ดี)

พฤติกรรมบริเวณผิวน้ำ (การกระโดด/การว่ายแฉลบผิวน้ำ การลอยหัวฮุบอากาศ ฯลฯ) การกระโดดหรือการว่ายแฉลบผิวน้ำที่มากเกินปกติ มักเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงการระคายเคืองบางอย่าง ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีปรสิต การมีคุณภาพน้ำไม่ดีหรือการอยู่รวมกันหนาแน่นมากเกินไป ซึ่งภาวะความหนาแน่นสูงเกินไปนี้มักเกิดขึ้นร่วมกับการลอยหัวฮุบอากาศบริเวณผิวน้ำแสดงถึงการขาดแคลนออกซิเจนซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการอยู่ร่วมกันอย่างหนาแน่นแออัดดังกล่าว

ข้อควรพิจารณาในการสุ่มตัวอย่างข้อมูลด้านพฤติกรรม

จุดแข็ง - การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงคุณภาพสามารถบันทึกได้อย่างรวดเร็วและจากระยะไกล ทำให้พฤติกรรมเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติ (OWIs) ที่สำคัญที่สุดในการตรวจจับปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มแรกของการเกิดปัญหา) แนวทางในการสังเกตพฤติกรรมปลานั้นสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การให้พนักงานฟาร์มเฝ้าสังเกตการณ์ข้างๆระบบเลี้ยง ไปจนถึงการใช้กล้องตรวจจับการกินอาหารใต้น้ำ หรือใช้เครื่องส่งคลื่นเสียงสะท้อน เอคโค่ซาวน์เดอร์ (Echo sounders) ซึ่งแต่ละวิธีจะให้มุมมองด้านพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การสังเกตเชิงคุณภาพในแนวดิ่ง ไปจนถึงการบันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงการกระจายตัวของปลาภายในพื้นที่เลี้ยงใต้น้ำแบบ 3 มิติ ทั้งนี้ การที่สัตว์มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนอย่างกระทันหันจากพฤติกรรมปกตินั้น มีความเชื่อมโยงกับทั้งปัจจัยเครียดแบบเฉียบพลันและเรื้อรังในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจัดเป็นสัญญาณเตือนที่แน่ชัดของการเกิดโรคหรือมีสวัสดิภาพสัตว์ที่ย่ำแย่

จุดอ่อน - อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติการ (OWIs) ด้านพฤติกรรมหลายประการที่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายในการวัดผลออกมาเป็นตัวเลขในเชิงปริมาณและ/หรือต้องขึ้นอยู่กับแรงจูงใจและประสบการณ์ของผู้สังเกตการณ์เป็นสำคัญ สำหรับการวัดการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณ (เช่น ความเร็วในการว่ายน้ำ ระดับความก้าวร้าว การพุ่งตัวอย่างกะทันหัน ความถี่ในการขยับเปิดปิดแผ่นปิดเหงือก ฯลฯ) โดยข้อมูลส่วนใหญ่จะได้จากการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในภายหลังเท่านั้น จึงทำให้เป็นตัวชี้วัดสวัสดิภาพเชิงปฏิบัติการ (OWI) ที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมมากนัก (สำหรับการแก้ไขปัญหาทันที) นอกจากนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะอธิบายและระบุให้ชัดเจนว่าพฤติกรรมที่ผิดปกตินั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะแปลผลพฤติกรรมบางอย่างผิดพลาด

 

การประเมินแบบองค์รวม - การวิเคราะห์พฤติกรรม (Qualitative Behavioural Assessment): การประเมินด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์)

ตัวชี้วัดด้านพฤติกรรมของสัตว์ทั้งตัว (Whole-animal behavioural indicators) เป็นวิธีการสังเกตที่อิงตามผลลัพธ์ (Outcome-based) ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้าใจหรือเห็นภาพสะท้อนของสถานะสวัสดิภาพโดยรวมของสัตว์ โดยทั่วไปเป็นการประเมินว่าสัตว์ตอบสนองหรือมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมอย่างไร ตัวอย่างของการประเมินประเภทนี้ ได้แก่ การวิเคราะห์ด้วยสัญชาตญาณของมนุษย์ และการประเมินพฤติกรรมเชิงคุณภาพ (Qualitative Behavioural Assessment: QBA) (การประเมินอารมณ์หรือสภาวะจิตใจของสัตว์จากการแสดงออกทางพฤติกรรมโดยรวม) สัญชาตญาณของมนุษย์ (Human intuition) มักหมายถึง มนุษย์ผู้ที่สังเกตการณ์ ทำการบันทึกชีวิตของสัตว์ควบคู่ไปกับสภาวะการเลี้ยงดูในฟาร์มหรือในพื้นที่กักขังอย่างต่อเนื่องในระยะยาว (เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงเอาไว้เปรียบเทียบเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้น) และเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการค้นคว้าถึงการนำการประเมินพฤติกรรมเชิงคุณภาพ (QBA) มาประยุกต์ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของข้อมูลเชิงลึกเฉพาะตัวที่จะช่วยให้เข้าใจถึงสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างแท้จริงจากวิธีนี้

การประเมินพฤติกรรมเชิงคุณภาพ (QBA) เป็นการอธิบายและวัดผลลักษณะท่าทางการแสดงออกหรือภาษากายโดยรวมของสัตว์ขณะแสดงพฤติกรรมต่างๆ โดย QBA จะไม่ได้มุ่งเน้นการประเมินว่าสัตว์กำลังทำอะไร แต่มุ่งเน้นว่าในขณะที่สัตว์กำลังแสดงพฤติกรรมนั้นๆ สัตว์มีลักษณะท่าทาง ผ่อนคลายหรือตื่นตระหนกกระวนกระวาย หรืออื่นๆ  อย่างไร/เพียงใด

 

วิดีโอด้านล่างนี้มาจาก ฟรองซัวส์ เวเมลส์เฟลเดอร์ (Françoise Wemelsfelder) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งการประเมินพฤติกรรมเชิงคุณภาพ (QBA) โดยในวิดีโอนี้ เธอได้อธิบายถึงกรอบแนวคิดพื้นฐานของการประเมินพฤติกรรมเชิงคุณภาพ (QBA) และอธิบายว่าวิธีนี้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเฉพาะตัวในการประเมินสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิภาพของสัตว์ที่เลี้ยงในฟาร์ม

 

หมายเหตุ: วิดีโอจากแหล่งภายนอกนี้นำมาใช้เพื่อประกอบการนำเสนอเท่านั้น ลิขสิทธิ์และการควบคุมดูแลทั้งหมดเป็นขององค์กรผู้ผลิตวิดีโอต้นฉบับโดยสิ้นเชิง

Last modified: Tuesday, 15 September 2026, 3:26 PM